คลังเก็บรายเดือน: มีนาคม 2017

ทำไมอาณาจักร “ออตโตมัน” อันยิ่งใหญ่ของโลกมุสลิมจึงล่มสลาย ?

การเสด็จออกจากพระราชวังโดลมาบาเช่ ของอดีตสุลต่านองค์สุดท้ายของอณาจักรออตโตมัน หลังจากการล้มล้างราชวงศ์และสถ่ปนาสาธารณรัฐในปี 1922 โดยมุสตาฟา เคมาล
.
สิบปีต่อมา ปี 1932 ตรงกับ พ.ศ. 2475 ไทยเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาสิทธิราชย์ เป็นการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
.
ปัุจจุบันไทยปกครองระบอบเผด็จการโหนเจ้า
.

" We Live in the Beautiful World" ........................... By โลแกน เดมิร ยูฮันนัน

What led to the decline of the Ottoman Empire?

crop.jpg

“ ความพยายามที่จะแยกตุรกีกับโลกอาหรับและโลกอิสลาม เป็นความพยายามของมรดกเคมาลิสต์”

ผมสนใจข้อความนี้มากๆเป็นข้อความจากอาจารย์ผู้หนึ่งที่ผมเคารพรักและไคร่รู้ที่จะพิสูจน์ความถูกต้องในข้อมูลชุดนี้ ว่าจริงหรือไม่? ผมต้องออกตัวว่าผมคือบุคคลหนึ่งที่เกลียดระบบเคมาลิสต์ ที่นำโดยมุสตาฟา เคมาล บางคนอาจยังไม่รู้จักว่าเขาคือใคร หากคุนเคยมาเที่ยวตุรกี คุนจะพบรูปปั้นของเขามีอยู่ทุกทุกซอกมุมเมือง ทั้งในมหาวิทยาลัย โรงพยาบาล หรือที่ราชการต่างๆ  ใช่ผมเกลียดเคมาลลิสต์ แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมด เสียทีเดียว  เหมือนที่ผมเองชื่นชอบแอร์โดอานแต่ไม่ใช่ทั้งหมดเช่นกัน

ผมต้องการศึกษาว่าอะไรที่อยู่บนพื้นฐานของความจริง ผมอยากชนะ “ความไม่รู้ของตัวเอง”มากกว่า “การอยากเอาชนะผู้อื่น”

ก่อนอื่นจะเข้าใจประเด็นนี้ เราก็ต้องลงสืบไปที่เรื่องราวภูมิหลังตั้งแต่ มุสตาฟา เคมาล หรือ คนเติร์ก เรียกว่า “อตาเติร์ก” หรือแปลเป็นภาษาไทยว่า “บิดาของชาวเติร์ก” นั้นเสียก่อนว่า ก่อนการก้าวเข้ามามีบทบาทอำนาจอย่าเต็มภาคภูมินั้นมีอะไรอยู่เบื้องหลังก่อนหน้านี้ แล้วทำไม มุสตาฟา เคมาล ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ถอนรากถอนโคนอิสลามในตุรกี ทำไมเขาถึงทำเช่นนั้น การจะเข้าใจคำถามนี้ก็ต้องมาหาคำตอบว่าเกิดอะไรขึ้นก่อนที่เขาจะเข้ามาล้มล้างระบอบการปกครองอิสลามของออตโตมัน

11

Mustafa Kemal Atatürk และภรรยา  Latife Uşakizade ในช่วงเยือนเมือง Bursa  ปี1923.

ความจริงเรื่อง ความพยายามที่จะแยกตุรกีกับโลกอาหรับและโลกอิสลาม มันตื้นเกินไปที่จะวิจารณ์เช่นนี้ แลดูไม่เข้าใจบริบทหากไม่อ้างอิงเรื่องราวทางประวัติศาสตร์มาประกอบด้วยโดยเฉพาะ การไปค้นคว้าหาเรื่องราวที่เกิดขึ้นก่อนยุคอตาเตริก นั่นด็คือช่วงก่อนการล่มสลามของอาณาจักรออตโตมัน (Ottoman Empire) นั่นเอง งานเขียนชิ้นนี้จึงพยายามมุ่งหาเหตุว่าทำไม ออตโตมันจึงอ่อนแอและล้มสลายลง (What led to the decline of the Ottoman Empire?แบบสรุปย่อ

22

แผนที่ของอณาจักรออตโตมัน

การล้มล่มสลายของ จักรวรรดิออตโตมัน (1918-1920)

ผู้เขียนจึงขอนำข้อสรุปการล่มสลายของออตโตมันมาให้ดูซึ่งขอแยกเป็น สามประเด็นใหญ่ๆ

ประเด็นที่ 1 ด้านการปกครอง

เราจะพบว่าช่วงปลายออตโตมันการบริหารงานปกครองที่เริ่มไม่มีประสิทธิภาพอำนาจของสุลต่านที่เคยยิ่งใหญ่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด ยุคนี้ในทางวิชาการเรียกกันว่ายุค Tanzimat “ยุคแห่งการปฏิรูปของออตโตมัน” มีการเปลี่ยนแปลงมากมายในระบบบริหาราชการแผ่นดินในหัวเมืองต่างๆที่อยู่ห่างไกลออกไป ผมจะยกตัวอย่างที่เห็นเด่นชัดสุดคือ การให้สิทธิถือครองที่ดินทำกินได้ซึ่งแน่นอน เรื่องนี้ก็ยังผลประโยชน์โดยตรงต่อกลุ่มขุนนางใหญ่ที่ดูแลแว่นคว้นต่างๆโดยเฉพาะหัวเมืองที่ห่างไกล อย่างในอิรัก ซีเรีย , balkan หรือ อื่นๆ

กลุ่มผู้นำหัวเมืองกลายเป็นผู้ถือสิทธิครอบครองในพื้นที่ขนาดใหญ่และมีอำนาจในการปกครองและต่อรองคนในแคว้นให้สวามิภักดิ์ภักดีตนกลุ่มคนเหล่านี้พูดบ้านๆคือเริ่มคิดไม่ซื่อกับศูนย์กลางปกครองใหญ่ของอาณาจักออตโตมันที่มีศูนย์กลางอำนาจอยู่ที่อิสตันบูลขุนนางเหล่านี้ใช้อำนาจและเรียกเก็บภาษีจากประชาชนภายใต้อาณัติของตนเหมือนเดิมตามข้อระเบียบของออตโตมันแต่กลับเลี่ยงละเลยและไม่ส่งภาษีต่างๆโดยเฉพาะภาษีที่ดินทำกินซึ่งเป็นรายได้หลักให้กับให้กับอิสตันบูล(อาณาจักรออตโตมัน)อีกต่อไป

ช่วงดังกล่าวจึงทำให้เราพบว่า การรวมศูนย์อำนาจของออตโตมันที่เคยทรงประสิทธิภาพบัดนี้มันเริ่มเสื่อมลง การเก็บภาษีเข้าคลังหลวงออตโตมันจึงไม่เหมือนเดิมและเงินในคงคลังก็มีแต่ลดน้อยถอยลงในขณะที่ขุนนางหัวเมืองที่คิดกบฎต่างๆกลับมีทรัพย์สินมากขึ้น และเริ่มไม่สวามิภักดิ์ออตโตมันอีกต่อไป แม้จะมีการปราบปรามอย่างขนานใหญ่จากจักรวรรดิ์ออตโตมัน แต่เราอย่าลืมว่า แผ่นดินออตโตมันนั้นกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา มีอาณาเขตที่ครอบคลุมถึงสามทวีปใหญ่บนพื้นโลกในปัจจุบัน ตั้งแต่ เอเชีย ไปแอฟริกา และยุโรปโดยเฉพาะแถบบอลข่าน ซึ่งผมได้มีโอกาศไปเยือนบอลข่าน ผมสังเกตุว่าร่องรอยอารายธรรมออตโตมันยังคงเด่นชัดทั้งในแง่ของสถาปัตยกรรมสิ่งก่อสร้าง ประเพณีและความเชื่อ อย่างในบอสเนียแทบจะเรียกได้ว่าเป็นอีกจังหวัดหนึ่งของตุรกีเลยก็ว่าได้ ในซาราเยโว เมืองหลวงของบอสเนียนั้นเต็มไปด้วยกลิ่นอายแบบออตโตมัน รวมทั้งประวัติศาสตร์ร่วมที่มีร่วมกัน จึงกล่าวได้ว่า แผ่นดินออตโตมันนั้นกว้างใหญ่และวิถีชีวิตของผู้คนซึมฝังลึกแน่นลงไปด้วย ในทางภูมิรัฐศาสตร์ อาณาจักรหรือจักรวรรดิใหญ่ๆนั้น ย่อมจัดการบริหารดินแดนและปกครองลำบาก โดยเฉพาะเขตแดนที่ติดกับอาณาจักรอื่น (ปัญหานี้มีกับทุกจักรวรรดิที่ใหญ่ๆ กับเขตแดนชายแดนที่ห่างไกล)ไม่ใช่แค่จักรวรรดิ์ออตโตมัน เป็นปัญหาสากล อาณาจักรที่ใหญ่เช่นนี้แน่นอนเมื่อเกิดการกบฏจากเมืองหนึ่งก็ลามไปทั่วจากแคว้นหนึ่งสู่แคว้นหนึ่งราวกับไฟลามทุ่ง การระงับปัญหานี้ให้เร็วได้ทันควันในแง่การปฏิบัตินั้นคงทำได้ยาก

สรุปประเด็นนี้คือ การสูญเสียแผ่นดินและรายได้มหาศาลจากภาษีประเภทต่างๆที่ออตโตมันเคยได้รับ คือหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ออตโตมันมีงบประมาณและเงินคงคลังที่ลดน้อยลงนั้นก็ย่อมหมายถึง อำนาจที่เคยมีก็เสื่อมตามตัวลงไปด้วย

2. ปัญหาภายในราชสำนักเอง

ความวุ่นวายในราชสำนักที่ปรากฎขึ้นในช่วงปลายออตฏตมัน การแย่งชิงอำนาจในราชสำนักก็เป็นปัจจัยอันหนึ่งที่นำไปสู่การเสื่อมถอยของจักรวรรดิออตโตมัน หากเราได้มีโอกาสมาเยือนพิพิธภัณฑ์ หรือพระราชวังต่างๆของตุรกี เราจะพบว่า ในช่วงปลายของออตโตมันนั้น มีการแย่งชิงบัลลังก์ในระหว่างหมู่ญาติพี่น้องด้วยกันเอง เช่น เรื่องราวของการปลิดชีพ พี่น้องของตัวเอง เพื่อป้องกันปัญหาการแย่งชิงราชสมบัติกันเอง

44

 …

View original post 427 more words